ข่าวสาร

10 อันดับประเทศครอบครองทองคำมากสุดในโลก 2026 สหรัฐฯนำหน้าด้วย 8,133 ตัน
ในปี 2026 ข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือระดับโลกอย่าง Trading Economics และ World Gold Council ยืนยันว่าสหรัฐอเมริกายังคงเป็นประเทศที่ครอบครองทองคำมากที่สุดในโลก ด้วยปริมาณ 8,133 ตัน ซึ่งมูลค่าประมาณ 1,453 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (คำนวณจากราคาทองคำประมาณ 5,556 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ณ วันที่ 28 มกราคม 2026) การครอบครองทองคำจำนวนมากนี้ใช้เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อที่ผันผวน ซึ่งเป็นนโยบายทั่วไปของประเทศมหาอำนาจทั่วโลก 10 อันดับประเทศครอบครองทองคำมากสุดในโลก ปี 2026: อันดับที่ 1-5: สหรัฐอเมริกาครองตำแหน่งแรกด้วยปริมาณ 8,133 ตัน ตามด้วยเยอรมนี 3,350 ตัน อิตาลี 2,452 ตัน ฝรั่งเศส 2,437 ตัน และรัสเซีย 2,330 ตัน ประเทศเหล่านี้ครอบครองทองคำรวมกว่า 50% ของสำรองทองคำโลก อันดับที่ 6-10: จีนอยู่ในอันดับที่ 6 ด้วยปริมาณ 2,304 ตัน สวิตเซอร์แลนด์ 1,040 ตัน อินเดีย 880 ตัน ญี่ปุ่น 846 ตัน และตุรกี 641 ตัน สัดส่วนของโลก: สหรัฐอเมริกาครอบครองประมาณ 22.6% ของทองคำสำรองทั่วโลก เยอรมนี 9.3% อิตาลี 6.8% ฝรั่งเศส 6.8% และรัสเซีย 6.5% ส่วนจีนครอบครอง 6.4% ของสำรองทองคำโลก แนวโน้มการสะสมทองคำ: ในช่วงที่ผ่านมา รัสเซียและจีนได้เร่งสะสมทองคำเพื่อลดการพึ่งพาต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ตามนโยบาย De-Dollarization ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับตัวทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ ธนาคารกลางหลายประเทศ โดยเฉพาะจีนและรัสเซีย ยังคงโยกเงินออกจากดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อซื้อทองคำเก็บไว้เป็นทุนสำรองเพื่อป้องกันความไม่แน่นอนทางการเมือง มูลค่าทองคำสำรองของแต่ละประเทศ: เมื่อคำนวณจากราคาตลาดปัจจุบัน สหรัฐอเมริกามีมูลค่าทองคำสำรองสูงสุดที่ 1,453 พันล้านดอลลาร์ ตามด้วยเยอรมนี 598 พันล้านดอลลาร์ อิตาลี 438 พันล้านดอลลาร์ ฝรั่งเศส 435 พันล้านดอลลาร์ และรัสเซีย 416 พันล้านดอลลาร์ ความสำคัญของทองคำในเศรษฐกิจโลก: ทองคำถือเป็นสินทรัพย์หลักและสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินโลก นอกจากการใช้เป็นทุนสำรองของธนาคารกลางแล้ว ทองคำยังเป็นที่ต้องการของนักลงทุนและประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะในประเทศเช่นจีนและอินเดีย ซึ่งการครอบครองทองคำถือเป็นเรื่องสำคัญและยิ่งใหญ่มาก ราคาทองคำและแนวโน้มในปี 2026: ราคาทองคำในตลาดโลกได้พุ่งขึ้นมากกว่า 210% ตั้งแต่ปลายปี 2019 ไปถึงระดับ 4,870 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ธนาคารแบงค์ ออฟ อเมริกา (BOA) ซึ่งเป็นธนาคารที่มีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐอเมริกา ได้ปรับขึ้นราคาทองคำเฉลี่ยในปี 2026 เป็น 4,538 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ในขณะที่มุมมองระยะสั้นได้ปรับขึ้นราคาทองคำตลาดโลกขึ้นมาอยู่ที่ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จากมุมมองของ 10 สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ ทำนายว่าราคาทองคำในปี 2026 มีโอกาสจะไปได้ถึง 6,600 ดอลลาร์ ส่วนคำทำนายต่ำสุดคือ 4,500 ดอลลาร์ นักวิเคราะห์บางคนมองว่าทองคำจะแตะระดับ 8,000 ดอลลาร์ในปี 2028 และอาจไปถึง 10,000 ดอลลาร์ในอนาคต ปัจจัยที่ผลักดันราคาทองคำขึ้น: มีสามปัจจัยหลักที่ผลักดันราคาทองคำให้เพิ่มขึ้นเร็วกว่าคาด ได้แก่ การซื้ออย่างบ้าคลั่งในจีนและอินเดีย เงินดอลลาร์อ่อนค่า และเฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย รวมถึงธนาคารกลางทั่วโลกแห่ตุนทอง โดยเฉพาะจีนและรัสเซีย ที่ยังคงโยกเงินออกจากดอลลาร์สหรัฐฯ ตามนโยบาย De-Dollarization มาซื้อทองคำเก็บไว้เป็นทุนสำรองเพื่อป้องกันความไม่แน่นอนทางการเมือง แรงซื้อมหาศาลจากธนาคารกลางทั่วโลกเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง

✅ หวยรัฐบาล ✅ หวยลาว ✅ หวยยี่กี ✅ หุ้นหุ้น ✅ หวยฮานอย

สนใจหวยคลิก ➤ www.fahbet.com

💸ลงทุนกับหวยก็รวยได้ 💸เพราะจ่ายไม่มีอั้น💸

😍ซื้อหวยออนไลน์ง่าย ๆ ผ่านมือถือ

- 3 ตัวบน บาทล่ะ 900

- 3 ตัวโต๊ด บาทล่ะ 150

- 2 ตัวบน , 2 ตัวล่าง บาทล่ะ 90

🎉 เลขเด็ด เลขดัง ในประเทศได้หมด

✅ ถอนเร็ว จ่ายไว มั่นคงแข็งแรง 100%💪🏻

💬 ทีมแอดมินบริการ 24 ชั่วโมง คอยช่วยเหลือทุกท่าน

ปลอดภัย ซื่อสัตย์ ไม่หนี ได้เท่าไหร่ก็จ่าย